วีรบุรุษแห่งราชนาวี

เชิดชูเกียรติเหล่าวีรบุรุษแห่งราชนาวี

เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2559 ที่ผ่านมา กองทัพเรือจัดพิธีสดุดีวีรชนกองทัพเรือ ณ โรงเรียนนายเรือ อำเภอเมือง จังหวัดสมุทรปราการ โดยรำลึกถึงวีรชนผู้กล้าหาญที่เสียสละเลือดเนื้อและชีวิต เพื่อปกป้องประเทศชาติให้มีความเป็นเอกราชจนถึงปัจจุบันนี้ ซึ่งในพิธีมีการกล่าวคำสดุดีวีรชนจาก พลเรือเอก ณะ อารีนิจ ผู้บัญชาการทหารเรือ ให้ข้าราชการทหารเรือได้น้อมรำลึกถึงคุณงามความดีของเหล่าวีรชนผู้กล้าโดยมี ใจความสำคัญว่า “ประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือได้จารึกวีรกรรมที่บรรพบุรุษทหารเรือของเราได้ พลีชีพในการรบ ครั้งสำคัญไว้หลายเหตุการณ์ อาทิ การรบที่ปากแม่น้ำเจ้าพระยา เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม รัตนโกสินทร์ศก 112 ยุทธนาวีที่เกาะช้าง เมื่อวันที่ 17 มกราคม 2484 ในสงครามมหาเอเชียบูรพา เมื่อวันที่ 17 มีนาคม 2488 ในช่วงสงครามเกาหลี เมื่อวันที่ 6 มกราคม 2494 ในสงครามเวียดนาม กองทัพเรือได้ส่ง เรือหลวงพงัน และเรือ ต.12 ไปร่วมปฏิบัติการในเวียดนามใต้

ในช่วงสงครามเย็น ประเทศไทยต้องเผชิญกับภัยคุกคามจากลัทธิคอมมิวนิสต์ ทำให้มีการสู้รบเกิดขึ้น ในหลายพื้นที่ระหว่างปี 2516 – 2527 กำลังพลของกองทัพเรือได้เข้าร่วมในยุทธการสำคัญหลายครั้ง ได้แก่ ยุทธการสามชัย จังหวัดเพชรบูรณ์ ยุทธการดอยผาจิ จังหวัดเชียงราย ยุทธการกรุงชิง จังหวัดนครศรีธรรมราช ยุทธการดอนน้อย จังหวัดหนองคาย ยุทธการบ้านโขดทราย และยุทธการบ้านชำราก จังหวัดตราด นอกจากการรบที่ได้กล่าวมาแล้ว กองทัพเรือยังได้ส่งกำลังพลเข้าปฏิบัติหน้าที่ร่วมกับเหล่าทัพ เพื่อรักษาความมั่นคงและความสงบเรียบร้อยภายในประเทศ ตลอดจนการปกป้องและรักษาอธิปไตยตามแนวชายแดนจวบจนถึงปัจจุบัน กองทัพเรือยังคงส่งกำลังพลเข้าร่วมแก้ไขปัญหาความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชาย แดนภาคใต้อย่างต่อเนื่อง ซึ่งการปฏิบัติหน้าที่ดังกล่าวนั้น แม้จะต้องแลกมาด้วยชีวิตและเลือดเนื้อแต่กำลังพลเหล่านั้น ยอมเสียสละชีวิตของตนเอง เพื่อปกป้องชีวิตของประชาชนผู้บริสุทธิ์และนำสันติสุขกลับคืนมา วีรกรรมอันกล้าหาญที่กล่าวมานั้น นับเป็นเกียรติภูมิของเหล่าผู้วายชนม์ ที่ได้ทำหน้าที่ของทหารเรือไทยอย่างสมบูรณ์ครบถ้วน  ด้วยจิตวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยความรักชาติอย่างแท้จริง อันเป็นที่กล่าวขานยกย่องและได้รับการจารึกไว้ ในประวัติศาสตร์ของกองทัพเรือตลอดไป”
จากนั้นมีพิธีมอบรางวัล เพื่อเชิดชูเกียรติข้าราชการที่ทำความดี มีความเสียสละ โดยมอบให้ข้าราชการจำนวน 2 นาย คือ
1.นาวาเอก ประทีป  อนุมณี  สังกัด ทัพเรือภาคที่ 2 เป็นผู้แทนผู้ร่วมรบในวีรกรรมสำคัญของกองทัพเรือ วีรกรรมเด่น โดยเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2543  นักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 30 นักเรียนนายเรือรุ่น 87 เรือเอกประทีปฯ (ยศในขณะนั้น) และทหารนาวิกฯ ในบังคับบัญชาของเขา ซึ่งปฏิบัติภารกิจร่วมกับทหารพราน และเจ้าหน้าที่ตำรวจจากชุดปฏิบัติการพิเศษ ออกลาดตระเวนพื้นที่เพื่อรักษาความสงบเรียบร้อย  โดยไม่รู้ว่าปรปักษ์กองกำลังกลุ่มก่อการร้าย “พูโลใหม่” ภายใต้การนำของ “สะรี ตะโล มีญอ” ซึ่งแตกหนีมาจากการโจมตีกวาดล้างในคืนวันก่อน ได้ “ซุ่มเงียบ” รอคอยการเข้ามาของเจ้าหน้าที่ทหารและตำรวจซึ่งไม่กี่อึดใจ ทั่วบริเวณอันสงบเงียบ กลับบังเกิดเสียงกัมปนาทกึกก้องราวกับฟ้าผ่า พร้อมๆ กับเสียงแผดระรัวอื้ออึงของห่ากระสุน เรือเอกประทีปถูกระดมยิงเข้าใส่ก่อนโดยไม่ทันรู้ตัว แต่เหล่าทหารนาวิกโยธินซึ่งเป็น “กำลังหลัก” ในการเข้าตี สนับสนุนด้วยทหารพรานและเจ้าหน้าที่ตำรวจไม่ได้รวนเรเสียขบวนเสียงร้องตะโกน แข่งกับเสียงปืนดังกึกก้องไปทั่ว สิ่งสุดท้ายที่เรือเอกประทีปฯ เห็นและจำได้ระหว่างการปะทะที่ ตำบลดูซงญอ ในวันนั้น คือทหารนาวิกโยธินทั้งหมดได้ติดตามผู้บังคับกองร้อยเข้ายิงประจัญบานกับฝ่าย ตรงข้ามในระยะประชิด แล้วสิ่งที่ทุกคนเห็นในขณะนั้น คือร่างของเรือเอกประทีปฯ หมุนคว้างลงไปกระแทกพื้น ปืนกระเด็นหลุดจากมือก่อนที่ทุกอย่างในความรู้สึกของเรือเอกประทีปฯ จะดับวูบลง โดยไม่มีโอกาสรู้เลยว่า ไม่กี่อึดใจจากนั้นการปะทะจบสิ้นลงพร้อมด้วย “ชัยชนะ” ของทหารนาวิกโยธินที่มีเขาเป็นผู้นำ  และโจรก่อการร้ายกลุ่มนายสะรี ตาโละ มีญอ ถูกกระสุนเสียชีวิตบริเวณพื้นที่สู้รบจำนวน 4 ศพ และยังหายเข้าไปเสียชีวิตในป่าอีก 2 ศพ จากเหตุการณ์ในวันนั้นทำให้ น.อ.ประทีปฯ ได้รับขนานนามว่า “ประดู่เหล็กแห่งดูซงญอ” ได้รับการปูนบำเหน็จ 4 ขั้น เลื่อนเงินเดือน 5 ขั้น และเงินเพื่อการสู้รบ (พสร.) เป็นค่าตอบแทน เช่นเดียวกับผู้ปฏิบัติราชการสนามชายแดน และ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทาน “เหรียญกล้าหาญ” ก่อนหน้าจะได้รับพระราชทานเหรียญกล้าหาญ ได้รับการคัดเลือกเป็นข้าราชการดีเด่นของ ศอบต. ในปี 2543 และเข้าเฝ้าฯรับพระราชทานประกาศเกียรติบัตรพร้อมโล่รางวัล จากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  นอกจากนี้ ยังได้รับการคัดเลือกเป็น “คนดีศรีสงขลา” โดยมูลนิธิพลเอกเปรมฯ ได้รับเข็มเกียรติคุณจากประธานองคมนตรีและรัฐบุรุษ รวมทั้งได้มีโอกาสเข้าเฝ้าฯสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ได้รับพระราชทาน “สร้อยคอทองคำ” พร้อมพระเลี่ยมทองจากพระหัตถ์ของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เป็นเรื่องที่เรือเอกประทีปภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่ง และถือเป็นสิริมงคลแก่ชีวิตอย่างหาที่เปรียบมิได้
2. เรือตรี ธรรมปพน  ปรีชารณเสฏฐ์ นายทหารพลาธิการ ประจำเรือหลวงปัตตานี กองเรือตรวจอ่าว กองเรือยุทธการ เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 52 นักเรียนนายเรือรุ่น 109 ได้สร้างวีรกรรมด้วยการเสี่ยงชีวิตกระโดดน้ำลงไปช่วย นายสุเมธ  บัวบูชา นักวิชาการชำนาญการ สำนักปลัดกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ที่เดินทางร่วมคณะเพื่อตรวจสอบเรือประมงที่กระทำผิดกฎหมายในทะเล บริเวณแบริ่ง 244 ระยะ 9.3 ไมล์ จากแหลมพรหมเทพ ซึ่งขณะทำการปฏิบัติหน้าที่ตรวจสอบเรือประมงที่กระทำผิดกฎหมาย โดยขณะนั้น เป็นช่วงที่มีคลื่นลมแรง เรือประมงกับเรือหลวงปัตตานี ที่จอดเทียบกันกลางทะเลเกิดโคลงไปมาตามกระแสคลื่นที่ซัด เป็นเหตุให้ นายสุเมธ ฯ พลัดตกทะเลคางกระแทรกกับกราบเรือจนสลบ ก่อนที่ร่างจะดิ่งลงใต้ทะเลให้รอดตายได้หวุดหวิด และกองทัพเรือได้เชิดชู “ผู้หมวดหนุ่มเป็นฮีโร่ของกองทัพเรือ”
และมีฮีโร่อีกหลายนายที่ได้เสี่ยงชีวิต อย่างกล้าหาญ และสร้างคุณงามความดี ให้กับประเทศชาติ และสังคม โดยจะขอย้อนกลับไปให้ได้รำลึกถึงว่าพวกเขาเหล่านี้มีความเสียสละ มีความกล้าหาญ เห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวมเป็นที่ตั้ง ซึ่งได้รับรางวัลเชิดชูเกียรติจากกองทัพเรือไปแล้ว ดังนี้
1. พันจ่าเอก มงคล หนูได้แก้ว เจ้าหน้าที่ถอดทำลายอมภัณฑ์ หมวดถอดทำลายอมภัณฑ์ กองร้อยสนับสนุน และบริการ กรมสนับสนุน กองพลนาวิกโยธิน เป็นวีรบุรุษที่ยังมีลมหายใจ โดยเมื่อวันที่ 1กรกฎาคม 2554 ผู้ก่อความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ วางระเบิดในรถยนต์หน้าศาลากลางจังหวัดนราธิวาส ขณะที่ จ.อ.มงคล ฯ(ยศในขณะนั้น) ปฏิบัติหน้าที่เข้าไปถึงตัวรถเพื่อจะทำการกู้ระเบิด พวกก่อความไม่สงบได้กดรีโมททำให้รถยนต์ทั้งคันระเบิดเสียงสนันหวั่นไหว รถยนต์แหลกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยทันที(ภาพจากกล้องวงจรปิดจับภาพได้ทั้งหมด) ร่างของ จอ.มงคลฯ ลอยกระเด็นออกมาห่างตัวรถประมาณ 3 เมตร เดชะบุญที่ จ.อ.มงคลฯ รอดตายอย่างไม่น่าเชื่อ ไม่เป็นอะไรเลยสักนิดเดียว และยังยืนยันจะทำหน้าที่นี้ต่อไปโดยไม่มีอาการสะทกสะท้าน โดย พ.จ.อ.มงคลฯ ได้กล่าวว่า“มันเป็นงานที่เสี่ยง ซึ่งน้อยคนที่จะเข้ามาอยู่ตรงจุดนี้แต่ถึงจะเสี่ยงก็ต้องทำ และโดยหน้าที่คิดว่าเพื่อความปลอดภัยของ ประชาชนในพื้นที่ ถ้าอย่างมากก็คงเสียชีวิต ” คำกล่าวของ พ.จ.อ.มงคลฯ กับภาพความกล้าหาญของทหารเรือผู้นี้ ที่ได้เข้ากู้ระเบิดในรถยนต์ ซึ่งคนร้ายนำไปจอดไว้ในที่เกิดเหตุ น้อยคนนักจะได้เป็นวีรบุรุษในขณะที่เขายังมีชีวิตอยู่
2. พันจ่าโท พัชรพล พิมพ์ศร เจ้าหน้าที่บริการขนส่ง และดับเพลิง หมวดขนส่งและดับเพลิง แผนกขนส่ง กองสนับสนุน กรมสรรพาวุธทหารเรือ โชว์ความสุภาพบุรุษ ผวาโดดเข้าปลอบขวัญเด็กนักเรียน ที่ได้รับบาดเจ็บจากอุบัติเหตุกลางสี่แยก ขณะที่ชาวบ้าน-โซเชี่ยล แห่สรรเสริญ ยกนิ้วชื่นชม จากกรณีเกิดอุบัติเหตุรถเก๋งพุ่งชนรถจักรยานยนต์ฝ่าสัญญาไฟแดง บริเวณแยกกิโลเมตรที่ 1 ต.สัตหีบ อำเภอ สัตหีบ จังหวัด ชลบุรี ส่งผลให้ นางเกตกัญญา เลื่อมวิลัย อายุ 50 ปี ผู้ขี่รถจักรยานยนต์เสียชีวิต และเด็กน้อยที่โดยสารมาด้วยได้รับบาดเจ็บสาหัส 3 ราย เมื่อวันที่ 6 พฤศจิกายน 2558 ช่วงเวลา 06.40 น.วันเดียวกัน ซึ่งในขณะเกิดเหตุ ที่เห็นเหตุการณ์ได้ลงมาช่วยเหลือคุกเข่าก้มลงกับพื้นโผโอบกอดปลอบขวัญ เด็กชายจักรกฤษฯ ที่กำลังขวัญเสีย จากอุบัติเหตุ และได้รับบาดเจ็บนอนอยู่กลางถนน ทั้งที่ยังอยู่ในเครื่องแบบชุดกากีทหารเรือ
3. เรือโท ชัยสิทธิ์ เตชะสว่างวงศ์ หัวหน้าชุดประดาน้ำ หมวดประดาน้ำ 4 แผนกประดาน้ำ กองปฏิบัติการใต้น้ำและถอดทำลายอมภัณฑ์ กรมสรรพาวุธทหารเรือ เมื่อวันที่ 22 เมษายน 2556 เกิดเหตุการณ์สูญเสียเหล่าทหารกล้าที่ปฏิบัติงานในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ที่ห้องยุทธการเฉพาะกิจนาวิกโยธิน 32 อำเภอ บาเจาะ จังหวัด นราธิวาส ขณะที่เจ้าหน้าที่ชุด EOD ของหน่วยเฉพาะกิจนาวิกโยธินกองทัพเรือ กำลังผ่าตรวจสอบระเบิดที่เก็บกู้ได้ ทว่าโจรใต้กลับซ้อนแผน วางวงจรระเบิดไว้สองชั้น ส่งผลให้ระเบิดถูกจุดติดกลางห้องยุทธการ เจ้าหน้าที่ชุด EOD ดับทันที 3 นาย ได้รับบาดเจ็บ 6 นาย กลายเป็นการสูญเสียเจ้าหน้าที่รัฐที่แสนเจ็บปวดอีกครั้งหนึ่ง โดยที่ 1 ใน 3 รายที่เสียชีวิตนั้น เป็นหัวหน้าชุด EOD …นามว่า ร.ท.ชัยสิทธิ์ เตชะสว่างวงศ์ หรือชื่อเล่นว่า “เน็ต” เป็นนักเรียนเตรียมทหารรุ่นที่ 45 แต่ข้อมูลที่น่าเศร้ายิ่งกว่า นั่นคือ ร.ท.ชัยสิทธิ์ เพิ่งลงมาปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ 3 จังหวัดภาคใต้เพียงแค่ 1 เดือนเท่านั้น….พวกเขาจึงเป็นทหารเรือผู้เสียสละโดยแท้
จากที่กล่าวถึงวีรชน วีรบุรุษ และ ฮีโร่ กองทัพเรือที่กล่าวมานั้นเป็นแค่ส่วนหนึ่งที่หยิบยกขึ้นมาให้เห็นว่าทหาร เรือทุกนายถูกหล่อหลอมจากสถาบันการศึกษาที่สำคัญของกองทัพเรือได้แก่ โรงเรียนนายเรือ โรงเรียนชุมพลทหารเรือ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ วิทยาลัยพยาบาลกองทัพเรือ ศูนย์วิทยาการ กรมแพทย์ทหารเรือและศูนย์ฝึกทหารใหม่ กรมยุทธศึกษาทหารเรือ ได้อบรมฝึกฝนให้ทหารเรือทุกนาย ตั้งแต่ในอดีตจนถึงปัจจุบัน ให้มีความเสียสละ กล้าหาญ และ อดทน เพื่อปกป้องอธิปไตย จงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และดูแลช่วยเหลือประชาชน…….
กองประชาสัมพันธ์ สำนักงานเลขานุการกองทัพเรือ

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  เปลี่ยนแปลง )

w

Connecting to %s